พิธีกรรม - พิธีการ 2
ทำบุญงานอวมงคล
การทำบุญงานอวมงคล หมายถึงการทำบุญเกี่ยวกับเรื่องการตาย มี ๒ อย่าง คือ:-
๑. งานทำบุญหน้าศพ ที่เรียกว่า " ทำบุญ ๗ วัน" . . . ๕๐ วัน . . . ๑๐ วัน หรือ ทำบุญหน้าวันปลงศพ.
๒. งานทำบุญอัฐิ ที่ปรารภบรรพบุรุษ หรือผู้ใดผู้หนึ่งที่ล่วงลับ ไปแล้ว เป็นงานประจำปี
เช่นวันสงกรานต์ ( เดือน ๕), วันสารท ( เดือน ๑๐) หรือวันคล้ายกับวันตายของผู้นั้น ๆ.
๑ . งานทำบุญหน้าศพ
พิธีฝ่ายเจ้าภาพ ต้องเตรียมการต่าง ๆ ส่วนใหญ่คล้ายกับงาน ทำบุญมงคล แต่มีข้อแตกต่าง คือ :-
๑. อาราธนาพระสงฆ์สวด พระพุทธมนต์ นิยมคู่ คือ ๘ รูป ๑๐ รูป เป็นต้น แล้วแต่กรณี. ใช้คำอาราธนาว่า "
ขออาราธนาสวด พระพุทธมนต์ " ( งานมงคลใช้คำว่า " ขออาราธนาเจริญ พระพุทธมนต์")
๒. ไม่ตั้งภาชนะน้ำพุทธมนต์ ไม่วงสายสิญจน์ คือไม่ต้องทำ น้ำ พระพุทธมนต์ .
๓. เตรียมสายโยงหรือภูษาโยงต่อจากศพไว้ สายโยง คือด้าย สายสิญจน์นั่นเอง . ภูษาโยงคือแผ่นผ้า
กว้างประมาณ ๔ นิ้ว ยาวให้พอ ตั้งแต่พระองคืต้นแถว ถึงองค์ปลายแถว และต้องมีสายโยงจากศพมา
เชื่อมกับภูษาโยงอีก , ระวังการเดินสายโยง อย่าให้สู่กว่าพระพุทธรูปใน พิธี และอย่างให้ต่ำกว่าที่คนนั่ง
อย่าข้ามสายโยงหรือภูษาโยง เพราะต่อ เนื่องด้วยศพ สำหรับพระจับบังสุกุล.
การปฏิบัติกิจในพิธี
เมื่อพระสงฆ์ประจำที่พร้อมแล้ว เจ้าภาพ จุดธูปเทียนที่บูชาพระพุทธรูปก่อน
จุดธูปเทียนที่หน้าศพภายหลัง. ( แต่บางท่านว่า จุดที่หน้าศพก่อน จุดที่หน้าพระทีหลัง
ถ้ามีการเลี้ยงพระด้วย พอพระฉันเสร็จ เจ้าภาพถวายไทยธรรมแล้ว คลี่สายโยง ถ้ามีผ้าสบง จีวร เป็นต้น
ก็ทอดลงบนสายโยง แล้วนั่ง ประจำที่ พอพระซักบังสุกุล ก็ประนมมือไหว้. เมื่อพระสงฆ์อนุโมทนา
ก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ให้ผู้ตายต่อไป .
พิธีฝ่ายพระสงฆ์
เตรียมตัวและปฏิบัติการส่วนใหญ่ก็เหมือนงาน ทำบุญมงคล แต่มีข้อแตกต่าง คือ :-
๑. ใช้พัดที่เกี่ยวกับงานศพ. ( ถ้าไม่มี ( จะใช้พัดงานอื่นก็ได้).
๒. ทำบุญงานศพ ๗ วัน สวดอนัตตลักขณสูตร. ๕๐ วัน สวด อาทิตตปริยายสูต . ๑๐๐ วัน สวดธรรมนิยามสูตร.
นอกจาก ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน สวดสูตรใดก็ได้ ( เว้นเจ็ดตำนาน, สินสองตำนาน, ธรรมจักร , มหาสมัย).
๓. ไม่ต้องขัด สมนฺตา. . . สคฺเค. . . มีลำดับสวดคือ :- นโม. . . พุทฺธํ . . . ยถาปิ เสลา . . .
( องค์ที่ ๓ ขัด ตั้งพัด ขัดบทขัดของสูตร ที่ต้องการ ) ทุกรูปสวดพระสูตรที่ต้องการ จบพระสูตรแล้ว
ต่อด้วย อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา. . . ยทา หเว. . . อตีตํ นานฺวาคเมยฺย. . . ถ้าสวดธรรมนิยามสูตร
จบแล้ว ต่อด้วย สพฺเพ สงฺขารา. . . แล้ว ต่อด้วย อวิชฺชา. . .
๔. ถ้างานวันเดียว มีเทศน์ด้วย เลี้ยงพระด้วย สวด อตีตํ นานฺวา คเมยฺย . . . จบแล้ว เทศน์ เทศน์จบแล้ว
สวดถวายพรพระ ( อิติปิ โส . . . พาหุํ. . . ชยนฺโต. . .) ภวตุ สพฺพมงฺคลํ. . .
๕. ถ้าเพียงแต่สวดมนต์ บังสุกุล รับไทยธรรมแล้ว อนุโมทนา้วยบท อทาสิ เม. . . ๖. การชักบังสุกุล
ต้องจักพัดมือซ้าย, จับสายโยงมือขวา สอด สี่นิ้วใต้สาย หัวแม่มือจับบนสาย, ถ้ามีผ้าทอดบนสายโยง
ก็จับผ้าโดย วิธีเดียวกัน . ลั่นวาจาว่า อนิจฺจ วต สงฺขารา. . .
๒ . งานทำบุญอัฐิ
พิธีฝ่ายเจ้าภาพ พึงเตรียมงานส่วนใหญ่คล้ายกับงานทำบุญหน้าศพ. เพียงแต่ตั้งโกศอัฐิ หรือรูป
หรือชื่อของผู้ตายบนโต๊ะ ต่างหากจากโต๊ะ บูชาพระ จัดดอกไม้ประดับ ตั้งกระถางธูป เชิงเทียน ๑ คู่ หรือใช่
กระบะเครื่องห้าแทนกระถางธูปเชิงเทียนก็ได้ .
พิธีฝ่ายพระสงฆ์ ส่วนใหญ่ก็เช่นเดียวกับงานทำบุญหน้าศพ. เพียง แต่บทสวด นิยมสวด ธรรมนิยามสูตร
สติปัฏฐานปาฐะ เป็นต้น.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น